Busayamas's profile*+*+*Reflection of one's...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    January 10

    งึม...

    ได้อีก
    December 31

    Make Yourself at HOME

    Make yourself at HOME!!!
     
    ในที่สุดก็พาตัวเองกลับมาอยู่ที่บ้านจนได้
    ก็ดี แอบเบื่อกรุงเทพ กลับมาอยู่กับอะไรๆ ที่คุ้นเคยคงช่วยให้ดีขึ้น
     
    แต่กลับมาแล้วก็แอบคิดถึงเพื่อนๆ ว่ะ สับสนจริงๆ กรู...

     
    วันนี้ไปเที่ยวงานมา อารมณ์ก็คล้ายๆ งานองค์พระ
    ก็เลยไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากมาย ไปเดินแก้เครียด
     
    แต่ประเด็นอยู่ที่ ตอนเดินอยู่ในงาน
    บังเอิญ..เจอ..ผู้ชายคนนั้น..ที่ฉันแอบหลงรัก..
    อันนี้จริงจัง แอบชอบมาตั้งแต่ตอนอยู่ประถมแล้วอ่ะ..
     
    นักกีฬา นักวาดรูปประจำโรงเรียน
    แอบมองมาตั้งแต่ตอนเค้ายังเป็นเด็กอ้วนๆ  
    จนเดี๋ยวนี้เติบใหญ่เป็นหนุ่มเต็มตัว
    ที่สำคัญ หน้าตาดี โฮะๆๆๆ
     
    เจอครั้งล่าสุดก็ตอนม.ปลาย
    แอบกรี๊ด เล่นบาสเก่งโคตร แถมอยู่สีเดียวกัน
    กีฬาสีเจ๊ก็เลยเปรมทีเดียว
    คุยกันก็ไม่กี่ครั้งหรอก แต่ก็แอบมอง(ตามเคย เหอๆๆ)
     
    พอเห็นวันนี้ กรี๊ด น่ารักได้อีกกกกก
     
    เฮ้ออออ....(n_n)
     
    อัพแค่นี้แหละ เหอๆๆ
     
    HAPPY NEW YEAR!!!
    November 17

    Little Space

    ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม?
    เฮ้อ...
     
    จะต้องถอนใจอีกสักเท่าไร
    โลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยเป็นอย่างใจ
    วันและคืนเปลี่ยนหมุนให้เราวิ่งตามเรื่อยไป
    โตแล้ว...ทุกอย่างเปลี่ยนไป...
     
    การเป็นผู้ใหญ่มันไม่ง่ายเลย
    มันไม่คุ้นไม่เคย ยิ่งคิด..ยิ่งเหนื่อยใจ..
    ไม่มีเวลาเหลือไว้ฝัน..ไว้คิดถึงใคร...
    โตแล้ว...ต้องทำอย่างไร...
     
    -----------------------------------------------------------------------
     
    พื้นที่เล็กๆ ของความเป็นเด็ก ที่อยู่ในตัวเราอย่างเงียบๆ สงบเสงี่ยมเจียมตัว
    ไม่เคยร้องขอให้เราต้องหันมาสนใจ
    ไม่เคยร้องขอพื้นที่มากกว่าเดิม
     
    หากแต่ เมื่อโลกแห่งความเป็นจริงที่เราได้เจอ
    มันโหดร้าย บีบคั้น กดดัน
    จนเบียดบังพื้นที่เล็กๆ นี้ ให้เล็กลงเรื่อยๆ
    จนกระทั่งวันนึง...เด็กน้อยเจ้าของพื้นที่เล็กๆ นั้น
    ต้องออกมาเรียกร้อง เพื่อไม่ให้พื้นที่อันน้อยนิดที่เขามีเหลืออยู่นั้น
    เล็กเกินไปจนเขาอยู่ไม่ได้ และต้องหายไปจากเราในที่สุด
     
    ----------------------------------------------------------------------
     
    ขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม?..
    ไม่ว่านานเท่าไรก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า?
    ให้ความสดใสยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
     
    แค่เพียงอยากขอพื้นที่เล็กๆ ให้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้..
    โลกแห่งความจริงมันจะดีหรือร้าย..
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจเอาไว้...
     
    -----------------------------------------------------------------------
     
    ตอนนี้เด็กน้อยในตัวกำลังร้องไห้..
     
    แต่เอาขนมให้กินแล้ว เดี๋ยวก็คงหยุดร้องล่ะ!
     
    *+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+
     
    โลกของผู้ใหญ่มันโหดร้ายอย่างนี้เสมอเหรอ...? 
     
    มันเป็นเรื่องแย่มากนะ ที่บางทีเราก็ไม่อาจรู้ได้ว่า
    คนที่เราเห็นว่าเค้าทำดี พูดดีกับเราสารพัด
    ลับหลังแล้วเค้าพูดถึงเรายังไงบ้าง
     
    เจอมาแล้ว คนที่ต่อหน้าพูดเพราะ เพราะต้องการให้เราทำนู่นทำนี่ให้
    แต่พอลับหลังแล้วก็นินทาเรา ซะงั้น...
     
    รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่เราจะทำอะไรถูกใจใครไปซะหมด
    แต่ว่า ช่วยทำอะไรให้เหมือนกันทั้งต่อหน้าและลับหลังได้ไหม?
    เราจะได้รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงเหมือนกัน...
     
    นะ...
     
    เคยได้ยินไหม เพลงที่เค้าสอนร้องตอนอนุบาลน่ะ
     
    "ความจริงใจเป็นสมบัติของผู้ดี.."
     
    (น้องข้างหลังกระซิบบอก "ความเกรงใจพี่ ความเกรงใจ ไม่ใช่ความจริงใจ")
     
    อ้าวเหรอ!...เจ๊จำผิด..แหะๆ
     
    แหม อนุบาลนี่มันก็นานมากกกกกแล้ว
    ก็ต้องมีลืมกันบ้างนิ หุหุหุ
     
    ---------------------------------------------------
     
    บ่นแค่นี่แหละ..
     
    ไปละ
     
    October 26

    Nostalgic Moment

    Nostalgic Moment...
    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...
     
     
    กาลครั้งหนึ่ง...กับซุ้มหน้า คนอ.
    กาลครั้งหนึ่ง...กับยูเนี่ยน พี่มร ป้าอ๋อม
    กาลครั้งหนึ่ง...กับขนมปังร้านแปะและปลาในสะพานข้ามดาว
    กาลครั้งหนึ่ง...กับข้าวเหนียวหมูทอดและตลาดนัดวันพุธ
    กาลครั้งหนึ่ง...กับหมูเวลและข้าวเหนียวองค์พระ
    กาลครั้งหนึ่ง...กับน้องปุ๊กกี้และป้าหมอน
    กาลครั้งหนึ่ง...กับแฮปปี้คูล (แฮบ-ปี้-คูน) และคนขายที่ทำเจ๊นอยได้อีก
    (ทำไมมีแต่เรื่องกินวะ เปลี่ยนๆ)
     
    กาลครั้งหนึ่ง...กับพระอาทิตย์ที่ขึ้นสว่างคาตา ณ โรงละครทรงพล
    กาลครั้งหนึ่ง...กับบ้านผู้ชายสีชมพู  เอ้ย! บ้านชมพูของผู้ชาย
    กาลครั้งหนึ่ง...ที่เพื่อนๆ เราได้เป็นดารา (K-Bix, Four-Mod, Girly Berry, หรือแม้แต่ลานนา)
    กาลครั้งหนึ่ง...ที่ใครๆ ก็เป็น celebs เอะอะอะไรก็ celebrity ยัน
     
     
     
    กาลครั้งหนึ่ง...ที่เมื่อแยกย้ายกันกลับหอ กลับบ้านแล้ว อีกวันก็ได้เจอกันเหมือนเดิม
     
    กาลครั้งหนึ่ง...ที่คำว่า "พรุ่งนี้เจอกัน" แปลว่า เจอกันพรุ่งนี้จริงๆ
     
     
    กาลครั้งหนึ่ง...ที่เคยหัวเราะจนหายใจไม่ทัน และกาลครั้งหนึ่งเหมือนกัน...ที่เคยร้องไห้จนไม่อยากจะหายใจ... 
     
    และกาลครั้งหนึ่ง...ที่แม้แต่ในช่วงเวลาที่ทุกข์ที่สุด
    ก็ยังสร้างให้เกิดความทรงจำดีๆ จาก "เพื่อน" ที่คอยอยู่ข้างๆ เสมอ 
     
     
     
    กาลครั้งหนึ่งเหล่านั้น...จะเป็นกาลครั้งหนึ่งที่...ไม่ว่าจะนานมาแล้วแค่ไหน ก็จะยังอยู่ในความทรงจำตลอดไป...
     
    ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
     
    เรื่องของเรื่อง เมื่อวานออกไปเจอเพื่อนๆ มา
    พอได้เจอหน้ากันหลายๆ คนแล้วก็นึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
     
    นั่งคุย หัวเราะ จิกทึ้ง ด่าทอ ตามประสาเราๆ เฮฮาดี
    ถ้ามากันได้ครบก็คงดี...คงสนุกกว่านี้...
     
    เมื่อไหร่หนอ...จะมีโอกาสได้เจอกัน "พร้อมหน้า" เหมือนเมื่อกาลครั้งหนึ่งครั้งนั้นอีก...
     
    ไม่รู้สิเนอะ ใครจะตอบได้...
     
    ----------------------------------------------------------------------
     
    อีเจ๊โน้ต  ไม่มีมึงชีวิตมหาลัยกูคงแคบกว่านี้เยอะ อีกอย่าง ถ้าไม่มีมึง กูก็ไม่รู้ว่าจะผ่านเรื่องแย่ๆ ไปได้ยังไงจริงๆ          
                 แต่ตอนนี้กูชักไม่มั่นใจ เพราะหลักยึดของกู นับวันจะยิ่งบางลงๆ ต่อไปจะต้านแรงลม(จมูกอีกุล)ไหวเหรอ เหอๆ
    อีเจ๊ซัน   จับพลัดจับผัว เอ้ย ผลู มาเรียนด้วยกัน ก็เลยได้รู้ ว่าชีวิต "ยังยากได้อีก" ใช่มะเจ๊
                 ก็ร่วมทุกข์ กับทุกข์มาก กันต่อไป (ไม่มีสุข 555) ช่วงนี้ดูแลตัวเองนะ เห็นว่าโดนอีหมวยเชือดไปหลายแผล หุหุ
    อีหมวย  หนังดอก! คำเดียวอยู่ มึงกับกู ไม่มีคำไหนจะเหมาะไปกว่าคำนี้อีกแล้ว enduring เอ้ย endearing term special for u ว่ะ
                 มึงก็อีกตัว ขอบคุณที่อยู่กับกูตลอด แม้มึงจะชอบด่ากู แต่กูรู้ ปากมึงไม่ตรงกับใจหรอก 555 รักมึงนะเว้ย Get Whale Soon นะ!
    อีกุล      อย่างที่กูบอก ชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันต่อไป อย่างมึง ลมไม่หมดง่ายๆ หรอก ท่อสูบมันดี อิอิอิ
                 สู้ๆ นะเมิง อย่าเครียดบ่อยนัก จริงๆแล้วกรูอยากทำให้ได้อย่างเมิงบ้าง แต่กูอาจจะเห็นแก่ความต้องการของตัวเองมากไปก็ได้
    กริ๊กซ์    คิดถึงเธอว่ะ ไปเที่ยวกันพอไม่มีเธอแล้วมันแปลกๆอ่ะ เหมือนเสียงหัวเราะมันขาดๆหายๆไป ฟังแล้วดูไม่ครบอ่ะ
                 เมื่อไหร่จะกลับมาหัวเราะด้วยกันอีก... ตั้งใจเทรนนะ ดูแลตัวเองด้วย
    อีลี่         หาย...หัวไปเลยยยยย กูก็เข้าใจอ่ะนะ แต่มึงช่วยเข้าใจพวกกูด้วยเหมือนกัน..
                 แล้วก็ไม่ต้องกลัวเพื่อนๆ จะลืม อย่างที่อีกุลบอก พวกกูก็พูดถึงมึงทู้กทีที่คุยกัน..หึหึหึ
    ป๊อป      ต้องกลับไปอีกแล้วสิเนอะ...โถ..อย่างนี้เวลาของกินเหลือจะทำไง หุหุ
                 อยู่นู่นดูแลตัวเองเน่อ ออกกำลังกาย ผ่อนคลาย โรคเครียด(ลงพุง)จะได้หายเร็วๆ นะหนู
    เนติรัฐ   บ้านน้ำท่วมนี่นา...อย่างนี้แหละ บ้านเพื่อนไม่ท่วม เพราะเพื่อนมาอยู่กรุงเทพแล้วไง หึหึ
                 เข้ามาเที่ยวเมืองกรุงบ่อยๆ สิ จะได้เจอกัน กรุงเทพมีรถไฟกะสนามบินด้วย สิงห์บุรีไม่มีให้เล่นน้า
    อุสาห์    น้องสาว...ใกล็จะต้องออกมาเผชิญความจริงเหมือนพี่ๆ แล้ว อืม...ใช้เวลาอีก 4 เดือนนี้ให้คุ้มละกัน
                แล้วไว้มาเล่นกันใหม่นะ รักนะจุ๊บบบบ
    แยม      เรียนหนัก สู้ๆ แล้วกันนะ
    ป้อ        ไม่เจอเลย งงๆ ซะงั้นอ่ะ 
    ชิโร่       นี่ก็ไม่ได้ข่าวเลยเหมือนกัน ไว้ได้เข้าม.จะไปหานะ
    อีเปิ้ล     อย่างที่พี่เคยบอกแกแหละ ว่าถึงพวกพี่จะด่าแกแค่ไหน แต่จริงๆ แล้วเค้ารักแกทุกคนแหละเว้ย
                 ปีสุดท้าย ตั้งใจเรียนนะ งานหนัก แต่เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป...สู้
    อีต่อ      ข่าวคราวเงียบหายไปสองสามปีทีเดียว มือถือหายนิ น่าสงสารจริงๆ
                อยู่อุดร อดมาเจอพวกชั้นนี่นา...เหอๆๆ
    เจ         โดนเค้าทำร้าย ดีกว่าปล่อยให้เค้าทำร้ายนะ อุ้ย เกี่ยว
    แก้ว บัว โบว์ แกรม  และคนอื่นๆ ไว้คงมีโอกาสได้เจอกัน
     
     
    ไปละ แล้วไว้เจอกันใหม่
    October 02

    What am i doing?

    เครียด...
    September 13

    The Game

     
    รู้สึกมั้ย...
     
    ชีวิตเราทุกวันนี้ เหมือนอยู่ในเกม
     
    สิ่งที่มาพร้อมกับเกม ก็คือ กติกา
    ข้อตกลงระหว่างกัน ที่ทุกคนที่ตัดสินใจจะลงเล่นใน "เกม" จำต้องยอมรับ และปฏิบัติตาม
     
    จะชกมวย ก็ต้องสวมนวม ยอมเจ็บตัว แลกหมัด
    โดยไม่มีสิทธิ์จะไปโอดครวญ หากปากฉีก คิ้วแตก หรือช้ำใน
     
    เช่นเดียวกัน ถ้าจะเล่นฟุตบอล ก็ต้องเคารพกติกาที่ห้ามใช้มือ ห้ามล้ำหน้า
    ห้ามกระทบกระแทกกันโดยตั้งใจระหว่างเล่น 
     
    แต่มันออกจะแย่สักหน่อย
    ที่หลายๆ ครั้งในเกม เราไม่ได้เจอการเล่นแบบ fair play 
     
    ในขณะที่เราเคารพกฎและกติกาของเกม
    หลายคนกลับทำเป็นละเลย จงใจละเมิด
    เพื่อให้ได้ชัยชนะ
     
    ที่แย่ไปกว่านั้น กติกาของเกมบางเกม ก็โหดร้ายเหลือเกิน...
     
    แต่ในเมื่อเราเลือกที่จะเล่นแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์จะอุทธรณ์ใดๆ
    เพราะเราได้ใช้สิทธิ์ไปกับการเลือกที่จะ "เล่น" หรือ "ไม่เล่น" ตั้งแต่แรกแล้ว
     
    ----------------------------------------------------------------
     
    ถึง...ใครก็ตาม ที่กำลังอยู่ในเกม หรือที่กำลังจะ "เริ่มเกมใหม่"
     
    หากตกลงเล่นเกมอะไรสักอย่างแล้ว
     
    เราจำต้องตกอยู่ใต้กติกาที่กำหนดขึ้นมาโดยไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่ากติกาจะว่าไว้อย่างไร
     
    หากเราอยากที่จะบรรลุไปถึงจุดมุ่งหมายแห่งชัยชนะ
     
    ที่สำคัญ อย่าลืมว่า
    ทุกเกม มีทั้งผู้ชนะ และ ผู้แพ้...
     
    การบาดเจ็บ ทั้งร่างกาย และจิตใจจากการพ่ายแพ้เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้..
     
    ถ้าไม่อยากเสี่ยงที่จะเจ็บตัว ถ้าไม่ได้คิดจะทำตามกติกาของใคร
    ก็อย่าได้คิดจะเข้าไปเล่นเกมเลย...
     
     
     
    September 03

    เหนื่อย...ได้อีก

    โฮะๆๆๆ หลังจากห่างหายไปนานมากกกกก อีกแล้ว
    ก็เลยอัพซะหน่อย เดี๋ยวเสปซจะโดนว่าว่าเป็นป่าช้าไม่ยอมล้างอีก
     
    สืบเนื่องจากหัวข้อเสปซ "เหนื่อย..ได้อีก"
    จาบอกว่า ช่วงนี้งานสุมหัวมากกกกก ไม่รู้อะไรนักหนา
    อาจารย์ก็ ยังสั่งได้อีก งานอ่ะ กะไม่ให้โงหัวขึ้นมาทำกิจกรรมอื่นใดกันเลยทีเดียว
     
    แต่ก็นั่นแหละ บ่นให้น้องชายฟัง มันบอกว่า แล้วเมิงไปเรียนทำไมหา...
     
    อืม จริง...
     
    เอาเหอะ ผ่านช่วงจิตตกนี้ไปได้ชีวิตคงดีขึ้น 
     
     
     
     
    แต่ต่อให้งานเยอะเพียงไร บุษยมาสก็ยังไม่วายหาเวลาไปแรดอยู่นั่นเอง
    รู้สึกช่วงนี้ดูหนังบ่อยมากอ่ะ
    ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาดูหนังไปแล้ว 6 เรื่อง
     
    สำหรับคนอื่นคงเป็นเรื่องธรรมดา
    แต่สำหรับคนที่ตลอดเวลา 22 ปีที่ผ่านมาดูหนังไปยังไม่ถึง 20 เรื่องเลย
    หนัง 6 เรื่องภายใน 2 เดือนนี่ไม่น้อยเลยทีเดียว
     
    แต่ยังไงซะ ก็ยังคงจะตั้งหน้าตั้งตาดูหนังต่อไป
    ประเด็นคือ ตอนนี้หนังน่าดูมันเยอะนะเอง
     
    อยากดู "บ้านผีสิง" (แอบน่ากลัว แต่ก็อยากดู)
    "คนหิ้วหัว" ก็เห็นมีคนบอกว่าดี
    "Vacancy ปิดห้องเชือด" ก็น่ากลัวดี
     
     
    ประเด็นอยู่ที่เรื่อง "สายลับจับบ้านเล็ก"
    ด้วยความที่ผู้กำกับเป็นคนเดียวกับเรื่อง "แฟนฉัน" กะ "เพื่อนสนิท" 
    ก็เลยมีคนการันตีนักการันตีหนาว่าหนังน่าดู
     
     
    ไม่รู้สิ แต่ถ้าคิดซะว่าเข้าไปดูซันนี่ก็คงคุ้มอยู่ หึหึหึ
     
    ดูตัวอย่างหนังแล้วก็น่ารักดีนะ ก็คงสนุกแหละมั้ง
     
    แต่.. ตอนนี้ก็คงยังไม่ว่างไปดูอยู่ดี
    ถ้าใครมีโอกาสได้ดู ก็อย่าลืมบอกละกันเน่อว่าเป็นเยี่ยงไรบ้าง
     
     
    อ่อ อีกอย่าง ตอนดูอย่าลืมสังเกต computer graphic ในเรื่องนะ
    ดูตัวอย่างแล้ว เนียนมากอ่ะ เคลื่อนไหวเหมือนจริง เป็นธรรมชาติมาก เจ๋งๆ...
     
     
     
    ถึงตรงนี้หลายคนคงสงสัย..เอ..เรื่องนี้มันใช้ CG ด้วยเหรอฟระ..
     
     
    มีสิ..
     
     
    ก็ตัวนางเอกไง CG ชัดๆ
     
     
     
     
    ผู้หญิงน่ารักขนาดนี้ไม่มีจริงในโลกใบนี้หรอกกกก
     
    น่ารักเกิ๊นนนน ไม่ใช่คนแน่ๆ
     
    เจ๊ม่ายยยยเชื่ออออออออออออ....
     
    ฮือๆๆๆๆ
     
     
     
    แค่นี้แหละ ไปละ ไว้เจอกันใหม่
     
    July 06

    Welcome to Amazing Thailand!!!

     
    วันนี้ ได้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าบ้านที่ดีด้วยล่ะ
     
    ตอนกลับหอ บังเอิญไปเจอฝรั่งคนนึงที่มาบุญครอง
    เค้าหาทางไป Ocean World
     
    ด้วยความที่ก็มั่นใจในตัวเองในระดับนึงอ่ะนะ
    ว่า เฮ้ย พารากอน เจ๊เคยเดินมาแล้ว
    ใกล้ๆ แค่นี้ พาไปได้ ชัวร์
     
    ก็เลยอาสาจะนำทางเค้าไป...
     
    ผลคือ..
    บุษยมาส พาฝรั่งไปหลงอยู่ในพารากอนอยู่นานสองนานกว่าจะเจอที่หมาย แหะ แหะ
    ก็แค่ลงบันไดเลื่อนผิดอัน กะจำชั้นผิด ก็แค่นั้นเอง
     
    เอาน่า.. ชั้นอุตส่าห์มีน้ำใจ
    แม้จะถึงช้าหน่อย แต่สุดท้ายฝรั่งคนนั้นก็ได้ไปดูปลาฉลามอย่างที่ตั้งใจ..
     
    เดินออกจากพารากอนมาด้วยความภาคภูมิใจ..
    คิดในใจว่า Welcome to Thailand (หึหึ ยังเสี่ยวได้อีก)  
     ก่อนจะออกมาเจอ Amazing Thailand ของจริง
     
    ขึ้นรถไฟฟ้าสยามกลับหอ ยืนต่อแถวซื้อตั๋วอยู่ โดนแซง..ซะงั้น
     
    ขึ้นไปถึงข้างบน รอรถไฟ คนเยอะโคตร
     พอรถไฟมา ก็อย่างที่คิดไว้
    พวกที่ยืนรออยู่ต่างคนต่างพยายามเบียดตัวเองเข้าไปในรถให้ทัน
     
    มีผู้หญิงคนนึง ที่เดินลงมาจากรถเพราะต้องการให้คนในรถเดินออกได้สะดวก
    ยืนคอยเพื่อจะได้กลับเข้าไปในรถเหมือนเดิม
    แต่กลับโดนคนอื่นๆที่ยืนคอยอยู่ เบียดจนขึ้นรถไม่ทัน
     
    เราก็ยืนมอง ช่วยอะไรไม่ได้
    ได้แต่ยืนรอรถขบวนต่อไปเป็นเพื่อนเค้า
     
    เพราะฉานนนก็ขึ้นรถไม่ทันเหมือนกัน แหง่งงงง
     
    เฮ้อ ประเทศไทย คนไทย
     Amazing จริงๆ!
     
     
    แต่... 
    จะว่าไปก็สงสัย ประตูรถไฟฟ้า
    จะปิดเร็วไปไหน
     
    ก็รู้ว่าคนเยอะ รอหน่อยก็ไม่ได้ แอบนอยยยย
     
     
     
    ปล. 1. เจ๊กลับมาแล้วววว
         2. แต่คาดว่าไม่นานเจ๊ก็จะหายไปอีก แหะๆ
     
     
     
    March 30

    ...Just Missing...Just MISSING...

     
    ...แค่ได้คิดถึง...
     
     
    ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสิเนอะ...
    วันที่พวกเราต้องแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเองซะที...
    ทั้งๆที่ทำใจไว้แล้วเชียว
    แต่พอมันมาถึงจริงๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเสียน้ำตา...เฮ้อ..
     
    เวลา 4 ปีนี่มันผ่านไปเร็วจริงๆเนอะ..
    เวลา 4 ปี ที่พวกเราได้เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน...
    ยิ่งอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ก็ยิ่งทำให้ผูกพัน 
     
    เคยอ่านเจอมา.."โลกสอนมนุษย์ว่า..ทุกสิ่งต้องมีการเปลี่ยนแปลง..
    แต่โลกก็ดันสอนให้มนุษย์ผูกพัน..."
     
    แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เศร้าได้ยังไง...
     
    ตอนนี้ สิ่งที่ทำได้เพียงอย่างเดียวก็คือ
    เก็บความผูกพัน เรื่องราวต่างๆที่มีด้วยกันไว้เป็น "ความทรงจำ"
    แม้ใจจริงจะอยากให้มันเป็น "ปัจจุบัน" อย่างนั้นตลอดไปก็ตาม
     
    "ความทรงจำจะมีคุณค่ามากขึ้นตามระยะทางที่ห่างกัน และเวลาที่ผันผ่านไป"
     
    จะจำคำนี้ไว้ จะได้รู้ว่า การที่เราห่างกัน ไม่เจอกัน
    มันจะยิ่งทำให้เรื่องราวต่างๆระหว่างเรามีคุณค่าแก่การจดจำมากขึ้น
     
    ต่อไปนี้จะ(พยายาม)ไม่เศร้าเวลานึกถึงเพื่อนๆแล้ว...
    หวังว่าวันนึงจะทำได้ ที่ว่า..แค่ได้คิดถึง ก็เป็นสุขใจ...
     
    รักพวกเธอนะ...
     
    -*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
     
    ตั้งแต่ครั้งที่เราจากกันแสนไกล
    เหตุและผลมากมายไม่เคยสำคัญ
    เท่ากับความรู้สึกที่ใจของฉันนั้นเก็บให้เธอ
     
    แต่ละครั้งที่เราผ่านมาพบกัน
    อาจบังเอิญได้ยินข่าวคราวของเธอ
    นั่นคือความรู้สึกที่ดีที่ฉันคอยอยู่เสมอ
     
    ขอบฟ้าที่เรานั่งมองคราวนั้นยังมีความหมาย
    ต้นไม่ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย
    ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป
    แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ...
     
    หยิบเอาภาพที่เรากอดคอด้วยกัน
    ได้แต่ยิ้มกับมันด้วยความชื่นใจ
    และก็ยังเสียดายกับการสูญเสียเธออยู่เรื่อยมา
     
    ได้ยินเสียงบทเพลงที่เธอชอบฟัง
    และทุกครังก็ยังแอบมีน้ำตา
    ยิ่งเวลารู้สึกไม่มีไม่เหลือใครอยู่ตรงนี้...
     
    ขอบฟ้าที่เรานั่งมองคราวนั้นยังมีความหมาย
    ต้นไม่ลำธารยิ่งมองยิ่งคิดถึงเธอมากมาย
    ชีวิตที่มันขาดเธอวันนี้ยังเดินต่อไป
    แค่ได้คิดถึงก็เป็นสุขใจ...
     
    และจะคิดถึงเธอตลอดไป...
     
    September 10

    ...........

    ...บนถนนสายหนึ่ง...
     
     
         บนทางเดินเล็กๆสายหนึ่ง.. หอยทากตัวหนึ่งกำลังเดินทาง...
                หอยทากไม่เดิน.. ไม่วิ่ง.. แต่เคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ..
                       เจอกิ่งไม้ขวางหน้า.. ก็ค่อยๆคลานข้ามไป
                              ไม่สะดุด.. ไม่หกล้ม.. ไม่เจ็บตัว..
       
         
     
         บนทางเดินเล็กๆสายเดียวกัน.. คนอีกคนหนึ่งกำลังเดินทาง...
                 คน.. เดินบ้าง.. วิ่งบ้าง..
                       สะดุดกิ่งไม้ที่ขวางหน้า หกล้มไปตามทาง..
                              เจ็บตัว.. และเจ็บใจ..
     
      คนคิดอยากเป็นหอยทาก เพราะอยากเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
      และอิจฉาหอยทากที่ไม่เคยล้ม ไม่เจ็บตัว
     
      หอยทากคิดอยากเป็นคน ไม่ใช่เพราะอยากเดินหรืออยากวิ่ง..
      แต่เพราะอยากหกล้มเป็น อยากมีประสบการณ์เคยหกล้มบ้าง
      จะได้รู้ว่า ความเจ็บเป็นอย่างไร.. และเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง
     
      แล้วเธอล่ะ.. เลือกที่จะเป็นอะไรกัน?
     
    *+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
     
      เมื่อ 2 เดือนก่อน ช่วงที่ฝนตก มีโอกาสได้ไปนั่งดูหอยทากที่ลานพิกุลมา...
      มองไปมองมา มันก็เป็นสัตว์ที่มีวิถีชีวิตน่าสนใจดี... มีหลายอย่างที่อยากรู้ อยากถามมัน
     
      เวลาปกติมันไปอยู่ไหนกัน.. มันกินอะไรเป็นอาหาร..
        เคลื่อนที่ช้าแบบนี้ วันๆนึงไปได้ไกลแค่ไหน..
      เกิดอยากไปกินข้าวที่ยูเนี่ยนต้องใช้เวลาเดินทางกี่วัน..
        มันจะเหนื่อยใจไหม ถ้าเดินไปได้ครึ่งทางแล้วนึกได้ว่าลืมของไว้ที่บ้าน
      มันเคยมีเรื่องไม่สบายใจ..รึปล่าว แล้ว..มันอยากจะหกล้มและเจ็บปวดแบบคนจริงๆน่ะเหรอ...
     
                                     
     
    *+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*+*
     
      ไม่มีใครอยากเจ็บปวดหรอก.. แต่ถ้าให้เลือก ก็คงเลือกที่จะเป็นคนแบบนี้แหละ
             เลือกที่จะล้มบ้าง เจ็บบ้าง ดีกว่าไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย...
     
      "..ล้มบ้างก็ได้.. แพ้บ้างก็ได้.. ก็แค่หกล้มแล้วลุกขึ้นยืนใหม่.. แพ้.. ก็แค่ต้องเข้าใจ..
         ล้มบ้างก็ได้..แพ้บ้างก็ได้.. ชนะมันคงไม่ยิ่งใหญ่.. หากคำว่าแพ้นั้น..ยังไม่เข้าใจ..."
     
      การหกล้ม อย่างน้อยก็ทำให้เราได้รู้ว่า.. ใครบ้างนะ ที่จะคอยอยู่เคียงข้าง และยื่นมือมาดึงเราให้ลุกขึ้น..
     
      ล้มบ้างก็ได้.. เพียงแต่อย่าลืมว่า.. เราจะนอนอยู่ที่พื้นอย่างนั้นตลอดไปไม่ได้..
             นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้ว.. ยังกีดขวางทางคนอื่นอีกด้วย...นะ...
     
                                   
     
    --------------------------------------------------------------
    ปล. รู้หรือไม่ว่า...?
     
         1. ความเร็วเฉลี่ยในการเคลื่อนที่ของหอยทาก คือ 1 mm/s
            เท่ากับชั่วโมงนึง มันจะคลานไปได้ไกล 6 cm อืม...
     
         2. หอยทากที่เล็กที่สุดมีขนาดเล็กกว่า 1 mm ส่วนหอยทากที่ใหญ่ที่สุด ใหญ่ได้ถึง 80 cm
             (ลองนึกภาพเดินผ่านลานพิกุลแล้วเจอหอยทากตัวเท่าม้าหินหน้า คนอ.สิ บรื๋อ!!!)  
     
                       
     
         3. หอยทากมีหัวใจและระบบหมุนเวียนเลือด มีปอดไว้หายใจและมีไตไว้ขับถ่าย (เหมือนคนเลย)
     
         4. หอยทากมีตาและจมูกด้วยนะ ไอ้จุดดำๆตรงเสาอากาศสองข้างที่เราเห็นนั่นล่ะตามัน
             ส่วนหนวดเล็กๆอีกสองอันข้างล่าง ทำหน้าที่ในการรับกลิ่นและสัมผัส  (นี่ก็เหมือนคน)
     
             
     
         5. หอยทากมีทั้งเพศผู้ เพศเมีย และสองเพศในตัวเดียวกัน... (อันนี้ยิ่งเหมือนคน..หุหุ)
     
         6. หอยทาก (บางชนิด) ปฏิสนธิและวางไข่ที่ช่องเปิดเล็กๆที่คอ.. (ดีที่อันนี้ไม่เหมือน.. ไม่งั้นนะ..หึหึหึ!!!)
       
     
                                                          
    May 10

    Nice to meet you...

    ยินดีที่ได้รู้จัก...
     
    ไม่ว่าใครๆก็คงเคยได้ยิน ได้พูดคำนี้
     
    เราคุ้นชินกับคำๆนี้ ในฐานะที่เป็นคำทักทายที่ใช้กล่าวเมื่อเราได้รู้จักใครใหม่ซักคน
     
    "สวัสดี ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
    "อืม ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
     
    "Nice to meet you"
    "Nice to meet you,too" 
     
    ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราเจอผู้คนมากมาย เราอาจต้องทำความรู้จัก ทักทาย
    และกล่าวคำว่า "ยินดีที่ได้รู้จัก" กับคนมากหน้าหลายตานับครั้งไม่ถ้วน...
     
    แต่เคยคิดกันบ้างไหมว่า เรารู้สึกอย่างที่พูดนั้นจริงๆรึปล่าว..
     
    เราจะรู้ว่าเรารู้สึกยินดีที่ได้รู้จักใครซักคนเพียงแค่พบกันครั้งแรกเหรอ...
     
    ฉันว่า มันต้องอาศัยการได้อยู่ด้วยกัน ทำงานร่วมกัน 
    ใช้เวลาร่วมกันนานพอที่จะรู้จักนิสัยใจคอ..
    เราถึงจะรู้ว่า คนๆนั้นทำให้เรารู้สึก "ยินดี" ที่ได้รู้จักจริงๆรึปล่าว...
     
    *-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-
    เอาล่ะ ทีนี้ก็มาถึงพวกเธอ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทั้งหลาย
     
    รู้ไหมว่า..เราเหลือเวลาอยู่ด้วยกันอีกแค่ปีเดียวแล้วนะ...(ก็แก่กันแล้วนี่นาพวกเรา..เฮ้อ..)
     
    คนเราเวลาอยู่ด้วยกัน สิ่งสำคัญก็คือการได้มีประสบการณ์ร่วมกัน ว่ามั้ย..
    การได้คุยกัน ได้อยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน
    เจอเรื่องต่างๆมาด้วยกัน ทำให้ได้มีความทรงจำทั้งที่ดีและไม่ดีร่วมกัน

    ความทรงจำน่ะ มันไม่เหมือนความจำอยู่อย่างนึง..
    ตรงที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน มันก็ยังคงอยู่กับเราตลอดไป... 

    เพราะฉะนั้น...
    อยากให้ใช้เวลาที่เหลือนี้ สร้างประสบการณ์ร่วมกันให้มากๆ
    จะได้เก็บไว้เป็นวัตถุดิบสำรองไว้ใช้(คิดถึงกัน) ในตอนที่เราไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว...เนอะ
     
    ว่าแล้วก็ไปเที่ยวกันเท้ออออ...หุหุหุ
     
    อ่อ..อีกเรื่องที่อยากจะบอก...
     
    (How) Nice (that i have a chance) to meet you.. 
     
    ยินดีที่ได้รู้จักพวกเธอนะ...
     
     
    ปล. 1.คราวนี้ว่าจะเขียนไม่ยาว สุดท้ายก็ยาวอีกจนได้..
          2.มีคำถามมาถาม..
            
                      "ทำไมโกโบริกับอังศุมาลินถึงไม่ได้เจอกันซักที?.." หุหุหุ 
             
             แล้วไว้จะมาเฉลยถ้าอัพเสปซคราวหน้านะ
    May 03

    เขา..ผู้ชาย เธอ..ผู้หญิง

     

    เขา...

     

    ผมว่า...เธอต้องชอบผมแน่ๆเลย

    ผมไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง..

    รู้ตัวอีกที..ก็รู้สึกว่าเห็นหน้าเธอบ่อยขึ้นทุกวันๆ

     

    ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร อยู่คณะไหน

    รู้แต่ว่า ทุกที่ที่ผมอยู่

    ผมมักจะเห็นเธออยู่แถวนั้นด้วยเสมอ

     

    อย่างวันก่อนนั้น ผมกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารกับเพื่อนๆ

    เธอก็มากับเพื่อนเธอ พอเธอเห็นพวกผม

    เธอก็เดินมานั่งที่โต๊ะข้างๆทันที..

     

    ผมรู้สึกแปลกๆอยู่เหมือนกัน..

    เพราะผมเห็นเธอแอบมองมาที่โต๊ะของผมบ่อยๆด้วย

     

    วันนี้ก็เหมือนกัน

    พวกผมนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ในห้องสมุด

    เธอคนนั้นก็เดินเข้ามาเลือกหนังสือใกล้ๆที่พวกผมนั่ง

    เธอหันมาเห็นผม

    แล้วเธอก็ยิ้มให้ผมด้วย...

     

    เธอต้องชอบผมแน่ๆเลย..

    ผมควรทำยังไงดี

    ผมยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้

    ผมยังไม่อยากมีแฟน..

     

    ใครช่วยผมทีสิ

    บอกหน่อยผมควรจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

     

    รับรักเธอเหรอ..ไม่นะ

    ผมไม่ได้ชอบเธอซะหน่อย...

    ----------------------------------------------- 

    เธอ...

     

    ฉัน...แอบชอบเขาล่ะ

    ฉันไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง..

    รู้ตัวอีกที..ฉันก็ให้ใจเขาไปหมดแล้ว

     

    เราอยู่คนละคณะกัน ฉันจึงต้องพยายาม

    หาโอกาสที่จะเจอเขา ฉันมักจะไปในที่ที่

    เขาและเพื่อนๆชอบไปเสมอ

     

    อย่างวันก่อนนั้น ฉันกับเพื่อนเห็นเขาอยู่ที่โรงอาหาร

    ฉันเลยรีบเดินไปนั่งที่โต๊ะข้างๆทันที...

     

     

    แต่..ฉันเริ่มรู้สึกแปลกๆล่ะ..

    ฉันเห็นเจ้าเพื่อนผมหยิกใส่แว่นของเขา

    มองมาที่ฉันบ่อยๆด้วย

     

    วันนี้ก็เหมือนกัน

    ฉันเห็นเขาอยู่ในห้องสมุด

    เลยทำเป็นไปยืนเลือกหนังสือใกล้ๆ

    เจ้าหนุ่มใส่แว่นคนเดิมก็มองมาที่ฉันอีกแล้ว

    ฉันไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยยิ้มให้เขาไปแก้เขิน...

     

    เขาต้องชอบฉันแน่ๆเลย

    ฉันควรทำยังไงดี

    ฉันไม่ได้ชอบเขานี่นา..

    ฉันชอบเพื่อนเขาต่างหาก..

     

    ใครช่วยฉันทีสิ

    บอกหน่อยฉันควรจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

     

    เปลี่ยนมาชอบเขาแทนเหรอ..ไม่นะ

    ฉันชอบเพื่อนเขานี่นา...

     

    -*-*-*-*-*-*-*-**-*-*-*-*-*-*-*-

    ชื่อบล๊อกอันนี้เอามาจากชื่อหนังสืออ่ะ

     

    "เขา..ผู้ชาย เธอ..ผู้หญิง"

    เป็นหนังสือแปลจากภาษาเกาหลี

     

    ในหนังสือก็มีเรื่องประมาณนี้แหละ

    เป็นมุมมองที่แตกต่างระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายที่มีต่อเรื่องเดียวกัน

     

    ลองไปหาอ่านกันดูได้ (ถ้าชอบอ่านอ่ะนะ)

     

     

    ส่วนเรื่องของฉัน อาจจะไม่ค่อยเข้ากับเรื่องในหนังสือซักเท่าไหร่...

    แต่เค้าโครงเรื่องบางส่วนมาจากเรื่องจริง..อิอิอิ..

    May 02

    Enjoy Your Life

    อาจต่างไปจากที่คิด...แต่ชีวิตก็มีความสุขได้

     

     

    จำโฆษณาชิ้นหนึ่งของเมืองไทยประกันชีวิตได้ไหม?

     

    โตขึ้น...อยากเป็นอะไรกันคะ?

     

    โฆษณาเริ่มต้นในห้องเรียน ด้วยคำถามของคุณครูที่คุ้นเคยคำถามนี้

    จากนั้นก็มีคำตอบของคนในต่างสาขาอาชีพด้วยเสียงของเด็ก

    ยกมือขึ้นตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสว่า

    ความฝันในวัยเยาว์ของพวกเขาคืออะไรกันบ้าง

     

    ซึ่งแต่ละคนที่ตอบคำถาม ล้วนแต่ไม่ได้ทำอาชีพตามที่ตัวเองฝันเลย

    ตอนเด็กฝันว่าจะเป็นอย่างหนึ่ง แต่โตมากลับได้เป็นอีกอย่างหนึ่ง

     

    ...ลุงช่างตัดผมอยากเป็นหมอ...

    ...นางรำแก้บนฝันจะเป็นแอร์โฮสเตส...

    ...นักเคมีอยากเป็นบาร์เทนเดอร์...

    ...คุณพี่นักมวยอยากเป็นแดนเซอร์...

    ...ส่วนคุณพี่เชฟก็อยากเป็นจอมยุทธ...

     

    ที่น่าสนใจคือ ถึงแม้ทุกคนจะไม่ได้ทำอาชีพที่ตัวเองฝัน

    แต่เราก็เห็นว่าพวกเขายังสามารถยิ้มให้กับชีวิตของตนเองได้... 

     

    ทุกคนในตอนเด็กคงเคยมีความฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร 

    ต่างคนก็ต่างฝันกันไป

     

    เมื่อถึงเวลาจริง อาจไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันไว้

    แต่ทุกคนก็มีความสุขได้ ความสุขในการใช้ชีวิตที่หลากหลายแตกต่างกัน

     

    แม้จะไม่ได้ใช้มีดผ่าตัด แต่ลุงช่างตัดผมก็มีความสุขที่ได้ใช้มีดโกนหนวด ซอยผมลูกค้า

    ป้านางรำมีความสุขกับการได้แต่งหน้า ยืนไหว้สวยๆ แม้จะไม่ได้เป็นแอร์

    นักเคมีก็มีความสุขที่ได้ผสมสูตรต่างๆ ยืนเขย่าทั้งวัน คล้ายอาชีพบาร์เทนเดอร์ที่เขาเคยฝัน

     

    สิ่งสำคัญที่สุด ไม่ได้อยู่ที่ความฝันที่ไม่เป็นจริง

    แต่มันอยู่ที่ว่า...

    เราจะจัดการกับชีวิตของเราอย่างไร

    ให้มีความสุขกับสิ่งที่เราเป็นอยู่

     

    "อาจต่างไปจากที่คิด  แต่ชีวิตก็มีความสุขได้

    ประโยคนี้อธิบายได้ชัดเจน

    .......

    .......

    .....

    อยากเป็นนักร้องงงงง.....อิอิ

     

    แล้วเธอล่ะ???

     

    **************************************

    ชอบโฆษณานี้ ออกมานานแล้วล่ะ น่ารักดี

     

    ไม่ว่าใครๆ ตอนเด็กก็คงเคยโดนถามคำถามนี้

    ดูแล้วทำให้ย้อนมาคิดถึงตัวเองว่า

    ตอนเด็กๆ เราฝันอยากเป็นอะไรกันบ้างนะ...

     

    แล้วตอนนี้ ความฝันของเราคืออะไรกัน

    ยังเป็นความฝันเดิมนั้น หรือเปลี่ยนไปแล้ว?

    ----------------------------------------------------

     

    เคยได้ยินมาว่า... คนเราอยู่ได้ด้วยความฝันของตัวเอง..

    เพราะการมีฝัน ทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีจุดหมาย...

    แต่ละคนก็มีฝัน มีจุดหมายที่แตกต่างกันไป

     

    ฝันของบางคนอาจจะอยู่ที่การได้เป็นนักธุรกิจที่ร่ำรวยมหาศาล

    ในขณะที่บางคนอาจจะฝันแค่ได้เปิดร้านเล็กๆของตัวเองซักร้าน

    บางคนอาจจะอยากเป็นนักเขียนที่มีงานเขียนดังทั่วโลก

    ในขณะที่อีกคนฝันเพียงแค่มีโอกาสเขียนงานให้คนอื่นได้อ่าน..

     

    ไม่ว่าฝันของใคร ก็ยิ่งใหญ่สำหรับคนคนนั้น...

    เพราะแต่ละคนมีเหตุผลที่ต่างกันในการที่จะเลือกฝัน

     

    การพยายามทำตามความฝันของตัวเอง

    ไม่ว่าสุดท้ายแล้ว ผลของมันจะเป็นยังไง

    อย่างน้อยก็ยังดี ที่เราได้ลงมือทำตามสิ่งที่เราฝัน

     

    ความเสียใจที่เกิดจากการไม่ประสบความสำเร็จ

    คงน้อยกว่าความเสียใจที่เกิดจากการที่เราไม่ลงมือทำในสิ่งที่เราคิด

     

    เมื่อเราลองลงมือทำอะไรซักอย่าง

    ผลลัพธ์ของมันมีอยู่ 2 ทาง คือ สำเร็จ กับ ไม่สำเร็จ 

    แต่หากเราไม่ลงมือทำ เราก็ไม่มีแม้แต่ โอกาส ที่จะสำเร็จเลย

     

    อย่าละทิ้งความฝัน และโอกาสที่จะทำตามความฝันของตัวเอง

     

    เพราะฉะนั้น มาเริ่มทำตามความฝันกันเถอะ

    ไม่ต้องสนหรอกว่าเราจะเริ่มเร็วหรือช้า

    มันอยู่ที่ว่า เราเริ่มหรือเปล่าต่างหาก

     

    จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจ ที่ไหนๆก็มีโอกาสเจอฝันแล้ว

    แต่กลับไม่ลองพยายามเดินตามทางเพื่อไปสู่ฝันนั้น

     

    ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง จำไว้ว่า อาจต่างไปจากที่คิด แต่ชีวิตก็มีความสุขได้

     

    แม้เราจะไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันซะทีเดียว แต่เราก็ยังสามารถหาความสุขจากสิ่งที่เราเป็นได้

     

     

    สำหรับคนที่รู้แล้วว่าฝันของตัวเองคืออะไร

    ยินดีด้วยนะ ขอให้เดินทางตามความฝันของตัวเองให้ได้

    ทำความฝันกับความจริงให้เป็นสิ่งเดียวกัน แล้วมีความสุขกับมัน

     

    ส่วนคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองฝันอยากเป็นอะไร

    ยินดีด้วยเช่นกัน เธอยังมีฉันเป็นเพื่อนอีก 1 คน 55555

    ประเภทที่ยังไม่รู้ว่าตกลงตัวเองฝันอยากจะเป็นอะไร อยากจะทำอะไร ชอบอะไร

    เอาเถอะ  เราลองมาค้นหาไปเรื่อยๆพร้อมๆกัน ซักวันหนึ่งก็คงรู้เอง 

     

    สู้ๆนะ

    พยายามเข้าล่ะ...เด็กน้อย...

     

    ปล.       1. เขียนสั้นไปมั้ยเนี่ย...555

                 2. ดีใจมากที่สุดท้ายก็หาจุดจบให้เรื่องได้ซะที..เฮ่อ เหนื่อยเหมือนกันแฮะ